สวัสดีค่ะทุกคน! พลอยเชื่อว่าน้องๆ หลายคนที่กำลังเตรียมตัวสอบปฏิบัติทันตสุขอนามัยหรือผู้ช่วยทันตแพทย์คงรู้สึกตื่นเต้นและกดดันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ? พลอยเองก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วค่ะ เข้าใจดีว่าความกังวลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการกลัวลืมขั้นตอนสำคัญ การจัดวางอุปกรณ์ไม่ถูก หรือแม้แต่ความตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ก็อาจทำให้เราพลาดคะแนนไปอย่างน่าเสียดายได้ง่ายๆ เลย จริงไหมคะ?

บางทีเราก็รู้สึกว่าเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงกลับเกิดความผิดพลาดที่ไม่คาดคิดขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะคะ! เพราะวันนี้พลอยมีเคล็ดลับเด็ดๆ จากประสบการณ์ตรงที่รวบรวมมาให้เพื่อนๆ โดยเฉพาะค่ะ รับรองว่าจะช่วยลดความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในห้องสอบปฏิบัติ และเพิ่มความมั่นใจให้ทุกคนได้อย่างแน่นอนอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง?
มาค่ะ! เรามาดูกันอย่างละเอียดในบทความข้างล่างนี้เลยนะคะ
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนวันจริง…ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่คือการ “ซึมซับ”
น้องๆ หลายคนอาจคิดว่าการเตรียมตัวสอบคือการอ่านหนังสือ ท่องจำขั้นตอนต่างๆ ให้ขึ้นใจใช่ไหมคะ? แต่พลอยอยากจะบอกว่ามันไม่ใช่แค่นั้นเลยค่ะ! จากประสบการณ์ตรงของพลอยเอง การซึมซับและเข้าใจถึงแก่นแท้ของแต่ละขั้นตอนต่างหากที่จะทำให้เราทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่การท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง พอเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ไปไม่เป็นทันที พลอยเคยเจอเพื่อนที่อ่านหนังสือจนพรุน แต่พอจับเครื่องมือจริง มือไม้สั่นไปหมด เพราะไม่ได้ฝึกฝนจนเกิดความคุ้นชินจริงๆ ค่ะ การเตรียมตัวที่ดีควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของแต่ละขั้นตอน ทำไมเราต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องใช้เครื่องมือชิ้นนี้ก่อน แล้วผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร เมื่อเราเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ไม่ว่ากรรมการจะถามพลิกแพลงแค่ไหน เราก็จะตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติและแสดงถึงความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงของเราออกมาได้ค่ะ อย่าลืมว่าการสอบปฏิบัติคือการแสดงให้เห็นว่าเรา “ทำเป็น” ไม่ใช่แค่ “รู้” นะคะ
จัดตารางเวลาฝึกฝนให้เหมือนตารางชีวิตจริง
เคล็ดลับสำคัญที่พลอยอยากเน้นย้ำมากๆ เลยคือการจัดตารางเวลาฝึกฝนให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันและสภาพร่างกายของเราค่ะ อย่าหักโหมจนเกินไป เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอกลับจะทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และจดจำลดลง พลอยแนะนำให้แบ่งเวลาซ้อมเป็นช่วงสั้นๆ แต่ทำบ่อยๆ เช่น วันละ 2-3 ชั่วโมง แต่ทำทุกวัน จะดีกว่าการอัดซ้อม 8 ชั่วโมงในวันเดียวแล้วพักไปหลายวันนะคะ นอกจากนี้ ลองจำลองสถานการณ์สอบจริงดูค่ะ เช่น ตื่นนอนเวลาเดียวกับวันสอบ แต่งกายให้เรียบร้อย และจับเวลาในการทำแต่ละสถานี เพื่อให้ร่างกายและจิตใจของเราคุ้นชินกับบรรยากาศและความกดดันที่จะเกิดขึ้นจริงในวันนั้นค่ะ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและมีวินัยคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ
ทบทวนความรู้พื้นฐานให้แม่นยำ
แม้ว่าจะเป็นการสอบปฏิบัติ แต่ความรู้พื้นฐานทางทฤษฎีก็ยังคงสำคัญมากๆ นะคะ! เพราะทุกขั้นตอนที่เราทำในการปฏิบัติล้วนมีเหตุผลทางวิชาการรองรับเสมอ พลอยเคยพลาดคะแนนในส่วนของการอธิบายเหตุผลให้กับกรรมการ เพราะลืมทบทวนทฤษฎีที่ดูเหมือนง่ายๆ ไปค่ะ ดังนั้น อย่าละเลยการกลับไปอ่านตำราพื้นฐานอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องกายวิภาค สรีรวิทยา เภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องกับงานทันตกรรม รวมถึงหลักการควบคุมการติดเชื้อ และการจัดการภาวะฉุกเฉินต่างๆ ค่ะ การที่เราสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมเราถึงเลือกทำแบบนี้ หรือทำไมเราถึงใช้เครื่องมือชิ้นนี้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพให้กับตัวเราเองได้อย่างมากเลยค่ะ
จัดเซ็ตอุปกรณ์ยังไงให้เป๊ะ ไม่มีพลาด…เหมือนเป็นศิลปะ
เรื่องการจัดเตรียมและจัดวางอุปกรณ์นี่แหละค่ะที่พลอยมองว่าเป็น “ศิลปะ” อย่างหนึ่งในการสอบปฏิบัติทันตสุขอนามัยหรือผู้ช่วยทันตแพทย์เลยนะคะ เพราะมันไม่ใช่แค่การวางของให้ครบ แต่เป็นการวางอย่างเป็นระบบ ระเบียบ และที่สำคัญคือต้อง “หยิบง่าย ใช้คล่อง” ในเวลาที่จำกัดค่ะ หลายครั้งที่พลอยเห็นน้องๆ รีบร้อนจัดของจนลืมลำดับความสำคัญ หรือวางทับกันจนหาไม่เจอตอนต้องการใช้จริงๆ ทำให้เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ แล้วสุดท้ายก็ลนลานจนพลาดขั้นตอนอื่นๆ ไปด้วย พลอยเองก็เคยเป็นค่ะ ตอนซ้อมคิดว่าจำได้หมดแล้ว พอเข้าห้องสอบจริง เจอโต๊ะที่ไม่คุ้นเคย แสงไฟแปลกๆ ก็เริ่มสับสนแล้ว การจัดเซ็ตอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยลดความผิดพลาดจากความลืม ความเร่งรีบ และช่วยให้เราโฟกัสไปที่การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือการจัดให้เป็น “รูทีน” หรือกิจวัตรประจำวันของเราไปเลยค่ะ
ฝึกจัดเซ็ตตามลำดับการใช้งานจริง
เคล็ดลับง่ายๆ แต่ได้ผลดีมากๆ คือการฝึกจัดเซ็ตอุปกรณ์ตามลำดับขั้นตอนการใช้งานจริงค่ะ ลองนึกภาพตั้งแต่เริ่มทำหัตถการไปจนจบ ว่าเราจะหยิบจับอะไรก่อนหลัง เพื่อให้วางอุปกรณ์ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เช่น อุปกรณ์ที่ใช้บ่อยๆ ควรอยู่ใกล้มือที่สุด ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ทีหลังก็ค่อยวางถัดออกไป การจัดแบบนี้จะช่วยให้มือเราเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเอื้อม ไม่ต้องงมหา ช่วยประหยัดเวลาและลดโอกาสที่จะทำอุปกรณ์ตกหล่นได้ด้วยค่ะ พลอยแนะนำให้ลองจัดเซ็ตอุปกรณ์แบบนี้ซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง จนกว่ามือเราจะจำตำแหน่งได้เองโดยไม่ต้องคิดเลยค่ะ
ตรวจสอบความครบถ้วนและความพร้อมของอุปกรณ์
ก่อนเริ่มทำหัตถการทุกครั้ง ไม่ว่าจะตอนซ้อมหรือตอนสอบจริง พลอยอยากให้ทุกคนสละเวลาสั้นๆ ตรวจสอบความครบถ้วนและสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ทุกชิ้นค่ะ บางครั้งเราอาจจะหยิบมาไม่ครบ หรืออุปกรณ์บางชิ้นชำรุด เช่น ปลายเข็มทื่อ ไฟฉายไม่ติด หรือแม้แต่ผ้าก๊อซหมด การตรวจสอบล่วงหน้าจะช่วยให้เราแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ไม่ต้องมาตกใจตอนที่กำลังจะใช้งานจริง พลอยเคยเจอเหตุการณ์ที่ไฟฉายบนยูนิตไม่ติดตอนสอบ ทำให้ต้องปรับแผนการทำงานไปชั่วขณะ โชคดีที่เตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาบ้าง การตรวจสอบนี้เหมือนการเช็คลิสต์ก่อนขึ้นเครื่องบินนั่นแหละค่ะ ทำให้เราอุ่นใจและมั่นใจได้ว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการบินฉบับเราค่ะ
ฝึกฝนกับหุ่นจำลองเสมือนจริง…มือต้องนิ่ง ใจต้องนิ่ง!
การฝึกฝนกับหุ่นจำลองเสมือนจริงนี่แหละค่ะคือสนามรบจำลองของเรา! มันช่วยให้เราได้สัมผัสกับความรู้สึกของการทำหัตถการจริงๆ ได้ลองจับเครื่องมือ ลองวางท่าทาง และเรียนรู้การควบคุมมือให้นิ่งที่สุด พลอยจำได้ว่าตอนซ้อมช่วงแรกๆ มือสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยค่ะ ไหนจะกลัวทำผิด ไหนจะกลัวเจ็บหุ่น (แม้จะรู้ว่าหุ่นไม่เจ็บก็ตาม ฮ่าๆ) แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ เข้าใจมุม เข้าใจแรงกด และรู้จักการใช้กล้ามเนื้อมืออย่างถูกวิธี มือเราก็จะนิ่งขึ้นเองค่ะ สิ่งสำคัญคือต้องฝึกอย่างมีสติ สังเกตความผิดพลาดของตัวเอง และพยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในทุกๆ ครั้งของการฝึกฝน ยิ่งเราฝึกมากเท่าไหร่ ประสบการณ์และความชำนาญก็จะสั่งสมมากขึ้นเท่านั้นนะคะ อย่าลืมว่า “Practice makes perfect” ใช้ได้จริงเสมอค่ะ
บันทึกวิดีโอการฝึกฝนเพื่อประเมินตนเอง
เทคนิคเด็ดที่พลอยอยากแนะนำมากๆ คือการบันทึกวิดีโอขณะที่เรากำลังฝึกฝนกับหุ่นจำลองค่ะ แล้วกลับมาดูซ้ำๆ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ลองมองหาจุดที่เราทำผิดพลาด จุดที่เราใช้เวลามากเกินไป หรือจุดที่มือยังไม่นิ่งพอ การที่เราได้เห็นภาพตัวเองจากมุมมองภายนอก จะช่วยให้เรามองเห็นข้อบกพร่องที่เราอาจไม่ทันสังเกตเห็นตอนที่กำลังทำอยู่ค่ะ พลอยเคยใช้วิธีนี้แล้วพบว่าตัวเองชอบเอื้อมหยิบอุปกรณ์ข้ามตัวบ่อยๆ ซึ่งไม่ถูกหลักการทำงาน พอเห็นในวิดีโอก็เลยปรับปรุงแก้ไขได้ทันทีค่ะ มันเหมือนมีโค้ชส่วนตัวคอยบอกข้อผิดพลาดให้เราปรับปรุงตลอดเวลาเลยค่ะ
ขอคำแนะนำจากอาจารย์หรือรุ่นพี่ผู้มีประสบการณ์
อย่ากลัวที่จะขอคำแนะนำจากอาจารย์ผู้สอนหรือรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์นะคะ! พวกเขาคือขุมทรัพย์ทางความรู้และประสบการณ์ที่จะช่วยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้กับเราได้ พลอยเองก็เคยเข้าปรึกษาอาจารย์บ่อยๆ ถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ หรือให้ท่านช่วยดูการปฏิบัติของเราว่ามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงบ้าง การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เราพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด และช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดๆ ที่เราอาจจะมีอยู่ได้ค่ะ บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าถูกแล้ว อาจจะมีวิธีที่ดีกว่า หรือมีข้อควรระวังที่เราไม่เคยรู้มาก่อน การเปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการพัฒนาตนเองนะคะ
สเต็ปสำคัญที่หลายคนมองข้าม: การสื่อสารกับ “คนไข้จำลอง”
เชื่อไหมคะว่าสิ่งหนึ่งที่พลอยเห็นน้องๆ หลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายในการสอบปฏิบัติคือเรื่องของการสื่อสารกับ “คนไข้จำลอง” ค่ะ เราอาจจะมุ่งแต่จะทำหัตถการให้ถูกต้องตามขั้นตอน จนลืมไปว่าในสถานการณ์จริง เราไม่ได้กำลังทำงานกับหุ่น แต่เรากำลังดูแล “คนไข้” ที่มีชีวิตจิตใจนะคะ! การสื่อสารที่ดีกับคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำตัว การอธิบายขั้นตอนการรักษา การสอบถามอาการ หรือแม้แต่การให้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่กรรมการจะพิจารณาด้วยค่ะ เพราะนี่คือการแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพ ความเอาใจใส่ และจริยธรรมของทันตบุคลากรอย่างแท้จริง พลอยเองก็เคยลืมอธิบายขั้นตอนก่อนเริ่มทำหัตถการตอนสอบ ทำให้กรรมการต้องทักเตือน รู้สึกเสียดายคะแนนตรงนั้นมากๆ เลยค่ะ
สร้างความคุ้นเคยและสร้างความไว้วางใจ
ก่อนที่เราจะเริ่มทำหัตถการกับคนไข้จำลอง ลองใช้เวลาสักนิดในการแนะนำตัว สอบถามชื่อ และสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองค่ะ อาจจะถามว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ” หรือ “มีอะไรกังวลเป็นพิเศษไหมคะ” การทำแบบนี้จะช่วยให้คนไข้จำลองรู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจเรามากขึ้นค่ะ และที่สำคัญคือต้องสบตา พูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและชัดเจน แสดงออกถึงความกระตือรือร้นในการดูแล พลอยเชื่อว่าการเริ่มต้นที่ดีจะส่งผลให้การทำงานของเราราบรื่นขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับกรรมการได้อีกด้วยค่ะ อย่าลืมว่ารอยยิ้มเล็กๆ น้อยๆ ของเรา ก็สามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับคนรอบข้างได้เสมอค่ะ
อธิบายขั้นตอนและขออนุญาตทุกครั้ง
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการอธิบายขั้นตอนการทำหัตถการให้คนไข้จำลองฟังอย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายค่ะ ใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคที่คนไข้ไม่เข้าใจ พลอยมักจะพูดประมาณว่า “เดี๋ยวหมอ/พี่จะเริ่มทำตรงนี้นะคะ อาจจะรู้สึก…เล็กน้อย” และที่สำคัญคือต้อง “ขออนุญาต” ก่อนจะเริ่มทำหัตถการในแต่ละขั้นตอนเสมอ เช่น “ขออนุญาตใช้เครื่องมือทำความสะอาดฟันนะคะ” หรือ “ขออนุญาตใส่แว่นตานิรภัยให้นะคะ” การทำแบบนี้เป็นการแสดงความเคารพสิทธิของคนไข้ และแสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของคนไข้ด้วยค่ะ
รับมือกับความตื่นเต้นในสนามสอบจริง…เคล็ดลับคุมสติ
โอ๊ย! เรื่องความตื่นเต้นนี่พลอยเข้าใจดีเลยค่ะ! ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอความรู้สึกใจเต้น มือสั่น ขาสั่น หรือแม้แต่สมองเบลอไปชั่วขณะตอนอยู่ในห้องสอบจริงใช่ไหมคะ? บรรยากาศในห้องสอบที่เต็มไปด้วยกรรมการที่จ้องมอง เสียงนาฬิกาที่เดินติ๊กต็อก หรือความกดดันจากเพื่อนร่วมสอบข้างๆ ก็อาจทำให้เราเสียสมาธิและทำผิดพลาดได้ง่ายๆ เลยค่ะ พลอยจำได้ว่าตอนสอบครั้งแรก ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเลยค่ะ ฮ่าๆๆ แต่เมื่อเราเตรียมตัวมาอย่างดี มีความมั่นใจในตัวเอง และมีเทคนิคในการรับมือกับความตื่นเต้นเหล่านี้ เราก็จะสามารถคุมสติและแสดงศักยภาพของเราออกมาได้อย่างเต็มที่ค่ะ
หายใจเข้าลึกๆ…เทคนิคปลดล็อกความกังวล
เมื่อรู้สึกว่าความตื่นเต้นเริ่มเข้าครอบงำ พลอยอยากให้ทุกคนลองใช้เทคนิคการหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ค่ะ หายใจเข้าทางจมูกช้าๆ นับ 1-4 กลั้นไว้ นับ 1-4 แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ 1-8 ทำแบบนี้สัก 3-5 ครั้ง จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายลง ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้นค่ะ พลอยใช้เทคนิคนี้ตลอดเลยเวลาที่รู้สึกประหม่า มันเหมือนเป็นการรีเซ็ตสมองและร่างกายให้กลับมาสู่สภาวะปกติค่ะ ลองฝึกทำตอนซ้อมบ่อยๆ ดูนะคะ จะได้ชินและนำไปใช้ได้จริงในวันสอบค่ะ
มองกรรมการเป็น “อาจารย์ที่ปรึกษา”
แทนที่จะมองกรรมการสอบว่าเป็น “ศัตรู” ที่คอยจับผิดเรา ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ค่ะ ให้คิดว่าท่านคือ “อาจารย์ที่ปรึกษา” ที่กำลังให้คำแนะนำและประเมินผลงานของเราอยู่ การปรับทัศนคติแบบนี้จะช่วยลดความกดดันและความหวาดกลัวลงได้ค่ะ นอกจากนี้ ให้พยายามสบตากรรมการเป็นครั้งคราว แสดงความมั่นใจและเคารพ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจที่ดีได้ค่ะ พลอยเคยเจออาจารย์บางท่านที่ดูดุมากๆ แต่พอเรายิ้มให้และทำอย่างเต็มที่ ท่านก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ บางทีอาจารย์อาจจะแค่ต้องการเห็นความตั้งใจและความพยายามของเราค่ะ
ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้คะแนนหล่น…มาดูกันให้ละเอียด!
น้องๆ อาจจะคิดว่าข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไม่น่าจะมีผลอะไรมากใช่ไหมคะ? แต่ในโลกของการสอบปฏิบัติ โดยเฉพาะด้านทันตกรรมแล้ว ทุกรายละเอียดมีความสำคัญหมดเลยค่ะ บางทีแค่การจัดวางเครื่องมือผิดตำแหน่ง การสื่อสารไม่ชัดเจน หรือแม้แต่การลืมใส่อุปกรณ์ป้องกันพื้นฐาน ก็อาจทำให้คะแนนของเราลดลงไปอย่างน่าเสียดายได้เลยค่ะ พลอยเองก็เคยพลาดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ เช่น ลืมสวมแว่นตานิรภัยให้กับคนไข้จำลองตอนเริ่มหัตถการ หรือทำความสะอาดบริเวณที่จะทำหัตถการไม่ทั่วถึง ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไข หรือบางครั้งก็ถูกหักคะแนนไปเลยค่ะ ดังนั้น เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เรามักจะเผลอพลาดไปได้ง่ายๆ

ตารางสรุปข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
| ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | สาเหตุ | วิธีหลีกเลี่ยง |
|---|---|---|
| จัดอุปกรณ์ไม่เป็นระเบียบ/ไม่ครบ | รีบร้อน, ขาดการตรวจสอบ, ไม่คุ้นชิน | ฝึกจัดเซ็ตตามลำดับการใช้งาน, ตรวจสอบทุกครั้งก่อนเริ่ม |
| ลืมใส่ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) | ประมาท, ลืมลำดับความสำคัญ | ทำเช็คลิสต์, กำหนดให้เป็นขั้นตอนแรกสุด |
| สื่อสารกับคนไข้ไม่ชัดเจน | มุ่งเน้นแต่หัตถการ, ประหม่า | ฝึกอธิบาย, สร้างความคุ้นเคยก่อนเริ่มงาน |
| ท่าทางการทำงานไม่ถูกต้อง | เมื่อยล้า, ไม่ได้ฝึกท่าทางที่เหมาะสม | ฝึกกับหุ่นจำลอง, ปรับเก้าอี้ให้เหมาะสม |
| ควบคุมเครื่องมือไม่นิ่ง/ไม่ถูกต้อง | ขาดความชำนาญ, กังวล | ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ, บันทึกวิดีโอเพื่อปรับปรุง |
อย่ามองข้ามความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้อ
เรื่องความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้อนี่เป็นหัวใจสำคัญในงานทันตกรรมเลยนะคะ! กรรมการจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมืออย่างถูกวิธี การสวมถุงมือ การใช้เครื่องมือที่ปราศจากเชื้อ หรือการจัดการของเสียทางการแพทย์ พลอยเคยเห็นน้องบางคนทำหัตถการได้ดีเยี่ยม แต่กลับพลาดในเรื่องการทิ้งเข็มที่ไม่ถูกวิธี หรือลืมเปลี่ยนถุงมือระหว่างขั้นตอนที่ควรเปลี่ยน ทำให้ถูกหักคะแนนไปอย่างน่าเสียดายค่ะ การรักษามาตรฐานการควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัดไม่ใช่แค่เพื่อความปลอดภัยของคนไข้และตัวเราเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความรับผิดชอบของเราด้วยค่ะ
การจัดท่าทางและการใช้หลัก Ergonomics
อีกหนึ่งข้อที่หลายคนอาจจะมองข้ามคือเรื่องของท่าทางการทำงานค่ะ การจัดท่าทางให้ถูกต้องตามหลัก Ergonomics ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการทำงานระยะยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้นด้วยค่ะ ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าตอนทำงาน เรานั่งหลังงอ คอยื่น หรือไหล่เกร็งหรือเปล่า การนั่งตัวตรง ใช้เก้าอี้ที่เหมาะสม และปรับตำแหน่งยูนิตหรือคนไข้ให้พอดี จะช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากความเมื่อยล้าได้ค่ะ พลอยเองก็เคยปวดหลังมากตอนซ้อม เพราะจัดท่าไม่ถูก ตอนหลังต้องมาปรับใหม่หมดเลยค่ะ
หลังสอบจบ ไม่ใช่จบเลยนะ! ทบทวนและเรียนรู้…เพื่อก้าวต่อไป
หลายคนอาจจะคิดว่าพอสอบเสร็จก็เป็นอันจบภารกิจแล้วใช่ไหมคะ? แต่พลอยอยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว ช่วงเวลาหลังสอบนี่แหละค่ะคือโอกาสทองที่เราจะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง การที่เราได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องสอบ ทั้งส่วนที่เราทำได้ดีและส่วนที่เราผิดพลาดไป จะช่วยให้เราเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง และนำไปปรับปรุงแก้ไขสำหรับการทำงานจริงในอนาคต หรือแม้กระทั่งการสอบในครั้งต่อไปค่ะ พลอยเองก็จะใช้เวลาหลังสอบมานั่งนึกย้อนดูว่ามีอะไรที่ทำได้ดีกว่านี้ไหม มีอะไรที่ลืมไปบ้างไหม แล้วจดบันทึกเอาไว้ เพื่อไม่ให้พลาดซ้ำอีกค่ะ
จดบันทึกสิ่งที่ผิดพลาดและวิธีแก้ไข
หลังจากสอบเสร็จ พลอยแนะนำให้รีบจดบันทึกสิ่งที่คิดว่าเราทำผิดพลาดไป หรือสิ่งที่กรรมการสอบได้ให้ข้อสังเกตหรือคำแนะนำไว้ค่ะ รายละเอียดเหล่านี้มีค่ามากๆ เพราะมันคือบทเรียนตรงจากสถานการณ์จริงที่เราเพิ่งเผชิญมา การจดบันทึกจะช่วยให้เราไม่ลืม และสามารถนำมาทบทวนเพื่อหาวิธีแก้ไขได้ในอนาคต พลอยจะพยายามจำให้ได้ว่าพลาดตรงไหน ทำไมถึงพลาด แล้วถ้าเจอสถานการณ์แบบเดิมอีก จะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ผิดซ้ำสอง การทำแบบนี้จะช่วยให้เราพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพค่ะ
ให้กำลังใจตัวเองและเรียนรู้จากประสบการณ์
ไม่ว่าผลการสอบจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจตัวเองค่ะ ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ทุกประสบการณ์ที่เราได้รับจากการสอบปฏิบัติล้วนเป็นบทเรียนที่มีค่าเสมอ การที่เราได้ลงมือทำ ได้ฝึกฝน และได้เผชิญหน้ากับความกดดัน ถือเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตในวิชาชีพของเราแล้วค่ะ หากไม่ผ่านก็อย่าเพิ่งท้อแท้ แต่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดและพยายามให้มากขึ้นในครั้งหน้า ส่วนใครที่ผ่านแล้ว ก็อย่าเพิ่งหยุดอยู่กับที่ แต่ให้หมั่นพัฒนาความรู้และทักษะของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้เราเป็นทันตบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นที่พึ่งให้กับคนไข้ได้อย่างแท้จริงนะคะ พลอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ!
จบแล้วนะทุกคน!
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน อ่านมาถึงตรงนี้พลอยหวังว่าเคล็ดลับและประสบการณ์ที่พลอยนำมาแบ่งปันจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบหรือกำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายงานทันตกรรมทุกคนนะคะ อย่าลืมว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำซ้ำๆ ด้วยความเข้าใจ การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และการไม่หยุดพัฒนาตัวเองค่ะ พลอยเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถและจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ขอให้ตั้งใจฝึกฝน หมั่นทบทวน และดูแลสุขภาพกายใจของตัวเองให้ดีนะคะ พลอยจะเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ!
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม! (เคล็ดลับเพิ่มเติมที่ไม่ลับอีกต่อไป)
1. อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีเสมอค่ะ เพราะการทำงานในสายทันตกรรมนั้นต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจเยอะมาก การพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และหาเวลาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียด จะช่วยให้เรามีพลังในการเรียนรู้และทำงานได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยลดความเสงือกที่อาจเกิดขึ้นในวันสอบหรือวันทำงานจริงด้วยนะคะ ลองหาเวลาทำสิ่งที่ชอบสัก 30 นาทีต่อวัน เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือคุยกับเพื่อนสนิท ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ
2. สร้างเครือข่ายกับเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่ค่ะ การมีเพื่อนและรุ่นพี่คอยให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ หรือแม้แต่ให้กำลังใจกันและกัน เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ เลยนะคะ พลอยเองก็มีเพื่อนๆ คอยติวให้เวลาที่ไม่เข้าใจ หรือบางทีแค่ได้ระบายความกังวลให้ฟัง ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียวนะคะ การทำงานเป็นทีมและช่วยเหลือซึ่งกันและกันคือหัวใจสำคัญในการประสบความสำเร็จในวิชาชีพนี้เลยค่ะ
3. หมั่นอัปเดตความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการทันตกรรมอยู่เสมอค่ะ โลกของเราหมุนเร็วมาก และวงการทันตกรรมก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การอ่านบทความวิชาการ เข้าร่วมสัมมนา หรือติดตามข่าวสารจากสมาคมทันตกรรมต่างๆ จะช่วยให้เราไม่ตกเทรนด์ และสามารถนำความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้ได้ค่ะ อย่าคิดว่าเรียนจบแล้วคือจบนะคะ การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ ค่ะ
4. ฝึกคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เก่งขึ้นค่ะ ในสถานการณ์จริง เราอาจจะต้องเจอกับเคสที่ซับซ้อน หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ การฝึกตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าเจอแบบนี้จะทำอย่างไร” หรือ “อะไรคือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้” จะช่วยให้เราพัฒนาทักษะการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ลองหาเคสตัวอย่างมานั่งวิเคราะห์ร่วมกับเพื่อนๆ หรืออาจารย์ดูก็ได้ค่ะ จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้ดีเลย
5. รักษาทัศนคติเชิงบวกเข้าไว้ค่ะ เส้นทางนี้อาจจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่การที่เรามองโลกในแง่ดี มีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก จะช่วยให้เราก้าวผ่านทุกปัญหาไปได้อย่างแน่นอนค่ะ จำไว้เสมอว่าทุกความผิดพลาดคือบทเรียน และทุกความท้าทายคือโอกาสในการเติบโต พลอยเชื่อว่าพลังของความคิดบวกจะช่วยผลักดันให้เราไปถึงฝันได้ค่ะ ยิ้มเข้าไว้แล้วเดินหน้าต่อไปนะคะ!
สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
กุญแจสู่ความสำเร็จในการสอบปฏิบัติและเส้นทางสายทันตกรรมคือ “การเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน” ทั้งความรู้ความเข้าใจในหลักการ ทักษะการปฏิบัติที่แม่นยำ การจัดเตรียมอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับคนไข้ รวมถึงการรับมือกับความตื่นเต้นและการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดอยู่เสมอค่ะ อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และอย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทุกก้าวของการเดินทางคือประสบการณ์ที่มีค่า ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้นะคะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ทำยังไงให้จำขั้นตอนการปฏิบัติทั้งหมดได้แม่นยำ และไม่ลืมเวลาสอบจริงคะ พลอยกลัวที่สุดคือทำอะไรผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แล้วโดนหักคะแนนไปง่ายๆ ค่ะ
ตอบ: พลอยเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยค่ะ! มันเหมือนกับว่าเราท่องมาดีแล้ว แต่พอเห็นกรรมการเดินไปเดินมาเท่านั้นแหละ ความประหม่าก็มาเยือนใช่ไหมคะ? เคล็ดลับที่พลอยใช้แล้วเวิร์กมากๆ เลยคือการทำเช็คลิสต์ค่ะ!
ไม่ใช่แค่เขียนลำดับขั้นตอนนะคะ แต่ให้ละเอียดลงไปถึงจุดสำคัญที่ต้องระวังในแต่ละขั้น เช่น “ขั้นตอนนี้ต้องเช็ดบริเวณนี้กี่ครั้ง” หรือ “ต้องหันเครื่องมือไปทางไหนก่อน” การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามีภาพในหัวที่ชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะ อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือการ “ซ้อม ซ้อม ซ้อม” ค่ะ!
หาเพื่อนมาเป็นคนไข้จำลอง แล้วฝึกทำไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายเราจะจำเองโดยไม่ต้องคิดมาก ยิ่งเราซ้อมบ่อยจนเป็นอัตโนมัติเท่าไหร่ โอกาสผิดพลาดก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้นค่ะ ที่สำคัญคือลองจับเวลาตอนซ้อมด้วยนะคะ จะได้รู้ว่าเราใช้เวลาแต่ละขั้นตอนพอดีกับเวลาที่กำหนดไหม เพราะเวลาจริงนี่กดดันสุดๆ เลยค่ะ การซ้อมแบบจับเวลาจะช่วยให้เราบริหารเวลาได้ดีขึ้นมากๆ เลย
ถาม: การจัดวางอุปกรณ์และเทคนิคการใช้งานเครื่องมือในห้องสอบมีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้างคะ พลอยกังวลว่าจะหยิบผิด หรือจัดไม่ถูกตำแหน่งค่ะ
ตอบ: เรื่องการจัดวางอุปกรณ์นี่สำคัญมากจริงๆ ค่ะ! เพราะมันสะท้อนถึงความเป็นระเบียบและรอบคอบของเราเลยนะ จากประสบการณ์ตรงของพลอย สิ่งแรกที่ต้องทำคือศึกษาคู่มือการสอบให้ละเอียดที่สุดค่ะ ว่าเขาต้องการให้จัดอุปกรณ์อะไรบ้าง จัดวางในตำแหน่งไหน เพราะแต่ละสถานบันอาจจะมีข้อกำหนดต่างกันนิดหน่อยค่ะ พอไปถึงห้องสอบปุ๊บ ให้เราใช้เวลาสักนิด จัดเตรียมอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบตามที่เราฝึกซ้อมมา วางเรียงให้หยิบง่าย มองเห็นชัดเจน ที่พลอยอยากจะเน้นเลยคือ “ฝึกหยิบแบบไม่ต้องมอง” ค่ะ!
คือฝึกจนมือเราจำตำแหน่งได้ว่าเครื่องมือชิ้นไหนอยู่ตรงไหน พอถึงเวลาจริง มือเราจะทำงานไปเองโดยอัตโนมัติ ทำให้เราประหยัดเวลาและดูโปรมากๆ เลยนะคะ นอกจากนี้ เทคนิคการใช้เครื่องมือแต่ละชิ้นก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ลองอัดวิดีโอตัวเองตอนซ้อมดูนะคะ แล้วมานั่งดูว่ามีตรงไหนที่ยังเก้ๆ กังๆ หรือจับไม่ถนัดไหม การได้เห็นตัวเองจากมุมมองภายนอกจะช่วยให้เราแก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีขึ้นมากจริงๆ ค่ะ
ถาม: เวลาพลอยสอบ มักจะตื่นเต้นมากจนมือไม้สั่น ทำยังไงถึงจะควบคุมความประหม่า และทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจคะ
ตอบ: โอ๊ย! เข้าใจเลยค่ะว่าความรู้สึกนี้มันเป็นยังไง! เหมือนใจเต้นแรงจะหลุดออกมาจากอกเลยใช่ไหมคะ?
พลอยเองก็เคยเป็นค่ะ แต่มีวิธีจัดการความประหม่าที่ได้ผลมากๆ เลยนะ อันดับแรกเลยคือ “ลมหายใจ” ค่ะ! ก่อนจะเริ่มสอบ ลองหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับ 1-4 แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ นับ 1-6 ทำแบบนี้สัก 3-5 ครั้ง จะช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายลงได้มากเลยค่ะ สองคือ “สร้างทัศนคติเชิงบวก” ให้กับตัวเอง ลองบอกตัวเองว่า “ฉันทำได้ ฉันเตรียมตัวมาดีแล้ว” หรือ “นี่เป็นโอกาสที่ฉันจะได้แสดงความสามารถ” คำพูดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มีพลังมากกว่าที่เราคิดนะคะ และสุดท้ายคือ “โฟกัสที่ปัจจุบันขณะ” ค่ะ แทนที่จะกังวลเรื่องผลลัพธ์ที่จะตามมา หรือความผิดพลาดในอดีต ให้เราจดจ่ออยู่กับขั้นตอนที่เรากำลังทำตรงหน้าทีละขั้นๆ ทำแต่ละขั้นตอนให้ดีที่สุด เท่านี้เองค่ะ!
พอเราตั้งสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า ความกังวลอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเองค่ะ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าช่วยได้แน่นอน!






